Key Takeaways
  • จับปลาโอดำ ปลาโอหม้อ น้ำหนัก 22 กิโลกรัม นอกชายฝั่งปราณบุรี
  • ชาวประมงน็อคด้วยน้ำแข็งบนเรือทันทีหลังจับ
  • ภายใน 10 นาทีหลังซื้อที่ท่าเรือ เรามาถึงโรงงานแปรรูป
  • หั่นเป็นฟิลเลซาชิมิ ซีลสุญญากาศ และแช่แข็งอย่างรวดเร็ว
  • ถ่ายภาพปลาที่ท่าเรือเมื่อมาถึง

การจับปลาโอดำ ปลาโอหม้อ ที่ปราณบุรี

วันนี้ที่ท่าเรือปราณบุรี เราได้รับปลาโอดำ ปลาโอหม้อ ขนาด 22 กิโลกรัมมาครับ (•̀_•́)✨ ปลาชนิดนี้เป็นที่รู้จักในเรื่องเนื้อที่มีสีเข้มและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ การได้ปลาที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งครับ

ขั้นตอนการจัดการที่รวดเร็ว

หลังจากจับ ชาวประมงน็อคด้วยน้ำแข็งบนเรือ ภายใน 10 นาทีหลังซื้อที่ท่าเรือ เรามาถึงโรงงานแปรรูป หั่นเป็นฟิลเลซาชิมิ ซีลสุญญากาศ และแช่แข็งอย่างรวดเร็วครับ (≖ ͜ʖ≖)✨

การรักษาคุณภาพด้วยการแช่แข็ง

การรักษาคุณภาพของปลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผม ผมจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการแช่แข็งอย่างยิ่ง ปลาโอดำ ปลาโอหม้อ ตัวนี้ถูกนำเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งอย่างรวดเร็วทันทีที่แปรรูปเสร็จสิ้น อุณหภูมิการแช่แข็งของเราอยู่ที่ -30℃ ถึง -60℃ เพื่อคงสภาพความสดของเนื้อปลาให้ได้มากที่สุด

การตรวจสอบ ณ จุดรับซื้อ

เมื่อปลามาถึงท่าเรือ ผมได้ทำการตรวจสอบสภาพปลาด้วยตัวเองทันที เพื่อให้แน่ใจว่าปลาอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก่อนที่จะนำไปแปรรูป การสังเกตสีเนื้อและความแน่นของกล้ามเนื้อเป็นสิ่งสำคัญที่ผมให้ความใส่ใจครับ ( ͡° ͜ʖ ͡°)✨

ข้อมูลเกี่ยวกับปลาโอดำ ปลาโอหม้อ

ปลาโอดำ ปลาโอหม้อ ที่จับได้ในครั้งนี้มีน้ำหนัก 22 กิโลกรัม ขนาดตัวที่ใหญ่เช่นนี้บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของแหล่งที่อยู่อาศัยในทะเลปราณบุรี เนื้อของปลาชนิดนี้มีสีเข้มและมีลักษณะเฉพาะตัว

การจัดเก็บและการขนส่ง

หลังจากแช่แข็งแล้ว ปลาจะถูกเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิ -30℃ ถึง -60℃ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพจะยังคงเดิมจนถึงมือผู้บริโภค การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำนี้เป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการทั้งหมดของเราครับ (✧∀✧)✨

สามารถตรวจสอบปลาที่มีจำหน่ายได้ที่ร้านค้าออนไลน์ของเรา