Key Takeaways
- จับปลาช่อนทะเลน้ำหนัก 20 กก. ได้นอกชายฝั่งปราณบุรี
- ใช้เวลา 90 นาทีในการนำปลาขึ้นฝั่งและเข้าสู่โรงงานแปรรูป
- หลังจากจับ ชาวประมงน็อคด้วยน้ำแข็งบนเรือ ภายใน 10 นาทีหลังซื้อที่ท่าเรือ เรามาถึงโรงงานแปรรูป หั่นเป็นฟิลเลซาชิมิ ซีลสุญญากาศ และแช่แข็งอย่างรวดเร็ว
- อุณหภูมิการเก็บรักษาอยู่ที่ -30℃ ถึง -60℃
การจับปลาช่อนทะเลที่ปราณบุรี (•̀_•́)✨
วันที่ 1 กันยายน 2566 เป็นวันที่เราได้ปลาช่อนทะเลตัวใหญ่นอกชายฝั่งปราณบุรี ปลาตัวนี้มีน้ำหนักถึง 20 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นขนาดที่น่าประทับใจมาก (≖ ͜ʖ≖)✨ เราจับปลาได้ที่นอกชายฝั่งปราณบุรี ซึ่งเป็นเมืองที่ห่างจากหัวหินประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์ การได้ปลาที่มีคุณภาพเช่นนี้เป็นผลมาจากการทำงานหนักของชาวประมงในพื้นที่
การบันทึกข้อมูลหลังการจับ
ทันทีที่ปลาขึ้นฝั่ง เราได้ทำการบันทึกข้อมูลสำคัญทันที ปลาช่อนทะเลตัวนี้มีน้ำหนัก 20 กิโลกรัม การบันทึกน้ำหนักที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจสอบคุณภาพและที่มาของปลา (•̀_•́)✨ เราตรวจสอบสภาพภายนอกของปลาอย่างละเอียด
การเดินทางสู่โรงงานแปรรูป
หลังจากขึ้นฝั่ง เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ทันที โดยใช้เวลาเพียง 90 นาทีในการนำปลาทั้งหมดเข้าสู่โรงงานแปรรูปของเราที่ปราณบุรี ความรวดเร็วในขั้นตอนนี้เป็นหัวใจสำคัญของการรักษาคุณภาพ
ขั้นตอนการจัดการปลา:
หลังจากจับ ชาวประมงน็อคด้วยน้ำแข็งบนเรือ ภายใน 10 นาทีหลังซื้อที่ท่าเรือ เรามาถึงโรงงานแปรรูป หั่นเป็นฟิลเลซาชิมิ ซีลสุญญากาศ และแช่แข็งอย่างรวดเร็ว
การแช่แข็งและการเก็บรักษา
เราดำเนินการแช่แข็งปลาช่อนทะเลตัวนี้ทันทีที่โรงงานแปรรูป โดยใช้เทคโนโลยีการแช่แข็งอย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพของปลาจะคงอยู่ เราตั้งอุณหภูมิการแช่แข็งไว้ระหว่าง -30℃ ถึง -60℃ เพื่อรักษาสภาพเนื้อปลาให้ดีที่สุด (✧∀✧)✨ การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำนี้เป็นสิ่งจำเป็น
การตรวจสอบคุณภาพ
ผมได้ตรวจสอบเนื้อปลาช่อนทะเลด้วยตัวเองที่โรงงานแปรรูป เนื้อปลามีลักษณะแน่น สีสด และมีชั้นไขมันที่พอเหมาะ ( ͡° ͜ʖ ͡°)✨ การตรวจสอบด้วยตนเองเช่นนี้ช่วยให้ผมมั่นใจในคุณภาพของปลาทุกตัวที่เราส่งมอบ
มุมมองของ KO
การได้ปลาช่อนทะเลคุณภาพดีเช่นนี้จากปราณบุรี ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจในงานที่ทำ ผมเชื่อว่าการทำงานอย่างใกล้ชิดกับชาวประมงและการควบคุมกระบวนการแปรรูปอย่างเข้มงวด คือกุญแจสำคัญในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า (•̀_•́)✨
