Key Takeaways
- นอกชายฝั่งปราณบุรี เราได้ปลาอินทรีย์บั้งน้ำหนัก 10.4 กก. 💪
- หลังจากซื้อที่ท่าเรือ เรามาถึงโรงงานแปรรูปภายใน 10 นาที
- ปลาถูกนำมาแปรรูปเป็นฟิลเลซ ซีลสุญญากาศ และแช่แข็งอย่างรวดเร็ว
- กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นภายใน 90 นาทีหลังการซื้อที่ท่าเรือ 💪
- เราเก็บรักษาปลาไว้ที่อุณหภูมิ -30℃ ถึง -60℃ เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด 💪
ปลาอินทรีย์บั้ง 10.4 กก. จากปราณบุรี
วันนี้ที่ปราณบุรี เมืองที่ห่างจากหัวหินประมาณ 20 นาทีโดยรถยนต์ ผมได้มีโอกาสจัดการกับปลาอินทรีย์บั้งที่มีน้ำหนักถึง 10.4 กก. 💪 การทำงานกับปลาขนาดใหญ่นี้ต้องใช้ความใส่ใจเป็นพิเศษในทุกขั้นตอน 💪🏻
การขึ้นฝั่งและการคัดเลือก
ปลาอินทรีย์บั้งตัวนี้ถูกจับได้นอกชายฝั่งปราณบุรี ผมไปตรวจสอบที่ท่าเรือทันทีหลังจากรับทราบข้อมูล การมองเห็นปลาด้วยตาตัวเองและประเมินสภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ผมยืนยันว่าปลาอยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยมก่อนที่จะดำเนินการซื้อ
การจัดการหลังการจับ
หลังจากซื้อที่ท่าเรือ เราเคลื่อนย้ายปลาไปยังโรงงานแปรรูปทันที กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เพื่อให้แน่อยู่เสมอว่าความสดของปลาจะไม่ลดลง นี่คือหัวใจของการทำงานของเรา 💪
ขั้นตอนการจัดการหลังการจับ
หลังจากจับ ชาวประมงน็อคด้วยน้ำแข็งบนเรือ ภายใน 10 นาทีหลังซื้อที่ท่าเรือ เรามาถึงโรงงานแปรรูป หั่นเป็นฟิลเลซซาชิมิ ซีลสุญญากาศ และแช่แข็งอย่างรวดเร็ว.
การแปรรูปและการแช่แข็ง
ที่โรงงานแปรรูป ปลาอินทรีย์บั้ง 10.4 กก. ถูกนำมาจัดการอย่างพิถีพิถัน เราหั่นปลาเป็นฟิลเลซคุณภาพดี จากนั้นจึงทำการซีลสุญญากาศเพื่อป้องกันการสัมผัสกับอากาศภายนอก ขั้นตอนสุดท้ายคือการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยรักษาคุณภาพเนื้อปลาให้คงเดิม
การรักษาอุณหภูมิ
ปลาที่ผ่านการแปรรูปและซีลสุญญากาศแล้ว จะถูกนำเข้าสู่ห้องเย็นเพื่อแช่แข็ง เราใช้เทคโนโลยีการแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำถึง -30℃ ถึง -60℃ เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อปลาจะคงคุณภาพไว้ได้ดีที่สุด การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำนี้คือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
มุมมองของ NINE
การได้จัดการกับปลาขนาดใหญ่อย่างปลาอินทรีย์บั้ง 10.4 กก. ในวันนี้ ทำให้ผมได้ฝึกฝนทักษะการทำงานอย่างเต็มที่ การทำงานที่ปราณบุรีทุกวันคือโอกาสในการพัฒนาตนเอง ผมจะเรียนรู้จากรุ่นพี่ KO และพัฒนาทักษะให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป 💪🏻💪🏻
หากคุณต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลังของเรา สามารถตรวจสอบได้ผ่าน LINE
